
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ศาลทั่วไปแห่งสหภาพยุโรป (General Court of the European Union) (องค์คณะที่ 9) มีคำวินิจฉัย มาตรการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดขั้นสุดท้าย ในอัตรา 13.6% ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปนำมาใช้กับการนำเข้าเหล็กแบนชนิดมีสัน (bulb flat steel) นั้นชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งยกฟ้องคดีที่บริษัท Ozkan Demir Celik Sanayi AS ผู้ผลิตเหล็กจากตุรกี ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนมาตรการดังกล่าว
คณะกรรมาธิการได้เริ่มการไต่สวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สำหรับการนำเข้าเหล็กทรงแบนชนิด Bulb Flat ที่มีแหล่งกำเนิดจากตุรกีและจีนในเดือนพฤศจิกายน 2565 และได้กำหนดอัตราอากรขั้นสุดท้ายสำหรับการนำเข้าจากประเทศดังกล่าวที่ระดับร้อยละ 13.6 และร้อยละ 23 ตามลำดับ ในเดือนมกราคม 2567
มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ดังกล่าวครอบคลุม เหล็กรูปพรรณหน้าตัด Bulb Flats ที่ทำจากเหล็กไม่เจือธาตุ (Non-Alloy Steel) ซึ่งมีความกว้างไม่เกิน 204 มิลลิเมตร และอยู่ภายใต้รหัสพิกัดศุลกากร CN Code ex 7216 50 91 (TARIC Code 7216 50 91 10)
ศาลทั่วไป (General Court) มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 กันยายน ให้ยกฟ้องในคดีของบริษัท Ozkan ทั้งหมด โดยยืนยันว่า การเรียกเก็บอากรดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีคำสั่งให้บริษัทตุรกีเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งหมด ตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษาของศาล
คำพิพากษาดังกล่าวยืนยันว่า แม้รายละเอียดของการซื้อขายอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามปกติของธุรกิจ ก็ไม่ทำให้วันที่ในใบสั่งซื้อ (Purchase Order Date) เปลี่ยนไป โดยวันที่ในใบสั่งซื้อยังคงถือเป็น วันที่ซื้อขาย ที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการคำนวณหรือแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
นอกจากนี้ ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะให้มีการคำนวณ อัตราการทุ่มตลาดเป็นรายไตรมาส (quarterly dumping calculations) จะต้องจัดส่งข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายทั่วไปและค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Selling, General and Administrative Expenses: SG&A) รวมถึงข้อมูลการผลิตรายไตรมาสที่ครบถ้วนและผ่านการตรวจสอบแล้ว มิฉะนั้น คณะกรรมาธิการมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะยังคงใช้ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักรายปี (annual weighted average) ในการคำนวณได้ แม้ในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (hyperinflationary periods) ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวคำพิพากษาที่มีบรรทัดฐานทางกฎหมาย (judicial precedent)
เหล็กรูปพรรณที่ทำจากเหล็กและเหล็กกล้าไม่เจือ (iron and non-alloy steel sections) ของตุรกี ภายใต้พิกัดศุลกากร HS Code 7216 มีปริมาณการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 147,000 ตัน ท่ามกลางอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดสหภาพยุโรป (EU) และตลาดโลก โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจาก สถาบันสถิติตุรกี (Turkish Statistical Institute)